jakkajee มังกรค่าตัวหนึ่งเข่ง
ตอนชื่อ jakkajee ขึ้นจอในฐานะนักแสดงนำ เจ้าของชื่อกำลังเลียอุ้งเท้าอยู่หลังม่าน เด็กคนหนึ่งปรบมือให้มัน แมวส้มเงยหน้ามอง แล้วก้มลงเลียขาอีกข้าง
สามวันก่อน ฝนเกือบถอนหนังออกจากงานประกวด เธอใช้เวลาหลังเลิกเรียนเกือบทั้งเทอมวาดหนังมังกรยาวสี่นาที เฉพาะฉากกางปีกบังภูเขาก็ปาเข้าไปสองอาทิตย์ มันดูน่ากลัวดีจนกระทั่งอ้าปาก
“เอาใหม่นะพี่ คราวนี้ขอให้ก้นถังสะเทือนเลย”
พี่ชายยื่นหน้าลงถังน้ำ คำรามจนแม่ตะโกนจากครัวว่าถ้าจะอ้วกให้ไปห้องน้ำ ฝนกดหยุดอัด ทั้งคู่นั่งหัวเราะกัน ก่อนพี่จะยกถังให้แม่แช่ผ้า
คืนนั้นฝนนั่งตัดเสียงไอท้ายคลิป เจ้าแมวส้มเบียดตัวขึ้นโต๊ะ หมุนสองรอบแล้วหย่อนพุงทับไมโครโฟน เสียงครืดคราดดังขึ้นในหูฟัง ฝนเอื้อมมือจะยกมันลง บนจอมังกรกำลังก้มหน้าพอดี เสียงครางสะดุดตรงปลายลมหายใจทำให้ดูเหมือนมันกำลังกลั้นเจ็บ
ฝนลบลูกไฟออกจากปากมังกร วาดหนามเล็กเท่านิ้วก้อยไว้ใต้อุ้งเท้า ตัวใหญ่ขนาดนี้ จะก้มลงไปบ่งเองคงลำบาก เธอเลยให้เด็กเลี้ยงแพะที่เดิมวิ่งหนีอยู่มุมจอเดินย้อนกลับมาพร้อมแหนบถอนขนไก่
พี่ชายนั่งดูฉบับใหม่ “พอถอนหนามได้ มันจะขอบใจเด็กยังไง”
เจ้าแมวส้มกำลังเอาหัวดุนมือแม่จนกาแฟกระฉอก ฝนคว้าดินสอทันที
ในหนัง มังกรวางคางลงบนตักเด็กเลี้ยงแพะ เด็กจมหายเข้าไปในกองฟาง เหลือรองเท้าสองข้างชี้ฟ้า ฝนให้ภาพค้างอยู่อึดใจ ก่อนวาดให้รองเท้าข้างหนึ่งกระดิก พี่ชายหัวเราะ เธอจึงเก็บจังหวะนั้นไว้
คืนฉาย ลานหน้าโรงเรียนแน่นจนแม่ต้องยืนข้างลำโพง พอถึงฉากถอนหนาม เด็กแถวหน้าเงียบกริบ ฝนกำชายเสื้อแน่น คิดว่าลำโพงเสีย จนได้ยินเด็กกระซิบว่า “เบา ๆ เดี๋ยวมันเจ็บ”
แล้วรองเท้าก็กระดิก เสียงหัวเราะดังจากแถวหน้าไล่ไปถึงคนขายลูกชิ้นท้ายลาน
พิธีกรถามว่าใครให้เสียงมังกร ฝนแหวกม่าน ทุกคนทันเห็นปลายหางสีส้มผลุบออกทางประตูข้าง พิธีกรยกไมค์ค้างไว้ พี่ชายจึงก้มลงไปคำรามแทน แม่จำเสียงได้เป็นคนแรก
หนังได้รางวัลด้านเสียง เงินในซองพอซื้อปลาทูหนึ่งเข่ง ฝนเลือกตัวอ้วนที่สุด แกะก้างจนหมด วางจานให้ jakkajee มันดมอยู่ครู่หนึ่ง แล้วเดินข้ามจานไปนอนทับไมโครโฟน
“ค่าตัวรับเป็นชั่วโมงเกาคางเหรอ” ฝนถาม
มันพลิกตัวหงายพุงให้ เธอเสียบหูฟัง ใช้มือหนึ่งเกาคางพระเอก อีกมือกดปุ่มอัดเสียง ภาคสองเริ่มงานแล้ว